จากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงสู่วิทยาลัยวิชาการศึกษา ภายหลังจากการก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ในปีพุทธศักราช ๒๔๙๒ จนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ ปัญหาการขาดแคลนครูและนักการศึกษาเป็นปัญหาที่รุนแรงยิ่งขึ้นในสังคมไทย ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมในทุก ๆ ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ผู้นำการศึกษาสมัยใหม่หรือผู้นำการศึกษาแบบพิพัฒนาการนิยม (Progressivism) ในสังคมไทย ได้เสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการให้ก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษา (College of Education) ขึ้นเพื่อพัฒนาปรัชญา แนวคิดและความรู้ความสามารถทางด้านการศึกษาสมัยใหม่ ให้สอดคล้องผสานสัมพันธ์กับสังคมประชาธิปไตย รวมทั้งการพัฒนาการศึกษาศาสตร์ให้เป็นวิชาชีพที่มีระบบแบบแผนและมีความลุ่มลึกในสังคมไทย
วิทยาลัยวิชาการศึกษา พ.ศ. ๒๘๙๙ ที่มาภาพ : Thailand Illustrates Magazine (December 1956)
ประวัติวิทยาลัยวิชาการศึกษา
วิทยาลัยวิชาการศึกษา (The College of Education) เป็นสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งให้การศึกษาวิจัยในวิชาการศึกษาและวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง
ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งอธิการ ในระหว่างพุทธศักราช ๒๔๙๗-๒๔๙๙ ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะวิชาการศึกษา หลังจากนั้นจึงได้ดำรงตำแหน่งอธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษา จนถึงพุทธศักราช ๒๕๑๑
โรงเรียนประถมสาธิต วิทยาลัยวิชาการศึกษา
วิทยาลัยวิชาการศึกษา เป็นผู้นำในการจัดการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ภายใต้แนวคิดระบบโรงเรียนสาธิต (Demonstration School) เพื่อให้โรงเรียนสาธิตเป็นแปลงทดลองค้นคว้า ในระบบการศึกษาพื้นฐานสมัยใหม่ วิทยาลัยวิชาการศึกษาจัดระบบการศึกษาแบบวิทยาเขต โดยขยายวิทยาเขตปทุมวัน (๒๔๙๘) วิทยาเขตบางแสน (๒๔๙๘) วิทยาเขตพิษณุโลก (๒๕๑๐) วิทยาเขตมหาสารคาม (๒๕๑๑) วิทยาเขตสงขลา (๒๕๑๑) วิทยาเขตพระนคร (๒๕๑๑) และวิทยาเขตพลศึกษา (๒๕๑๓) โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหารวิทยาลัยวิชาการศึกษา ภายใต้การนำของ ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ในฐานะที่ท่านเป็นนักวิชาการและนักการศึกษาสมัยใหม่ ได้พัฒนาแนวคิดแบบพิพัฒนาการนิยมและการเรียนการสอนสมัยใหม่จากสังคมตะวันตก นำมาวางรากฐานไว้ในสังคมไทย อาทิ ระบบห้องสมุด ระบบคะแนน ระบบการวัดผล รวมทั้งวิชาการศึกษาสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าที่สุดในสังคมไทยขณะนั้น
President Herman B Wells มหาวิทยาลัยอินเดียนา เยี่ยมชมวิทยาลัยวิชาการศึกษา
วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับความร่วมมือและสนับสนุนระหว่างชาติหลายประการ ยังผลให้วิทยาลัยเจริญก้าวหน้าและผลิตบัณฑิตได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ ความร่วมมือที่สำคัญได้แก่
๑. ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ ในระหว่าง พ.ศ.๒๔๙๖ - ๒๕๐๒ รัฐบาลไทยกับสหรัฐอเมริกาได้มีโครงการความช่วยเหลือทางการศึกษา ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยอินเดียนา (Indiana University) กับวิทยาลัยวิชาการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยอินเดียนาส่งอาจารย์มาช่วยสอน และให้คำปรึกษา และวิทยาลัยวิชาการศึกษาส่งอาจารย์ไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยอินเดียนา นอกจากนั้นยังได้รับการอุดหนุนทางด้านอุปกรณ์การศึกษาต่าง ๆ เช่น หนังสือ โสตทัศนูปกรณ์ และอื่น ๆ ทั้งนี้รัฐบาลไทยต้องตั้งงบประมาณสมทบด้วย
๒. ความร่วมมือขององค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จากความร่วมมือนี้ได้ตั้งสถาบันระหว่างชาติสำหรับการค้นคว้าเรื่องเด็ก (International Institute for Child Study) ขึ้นในวิทยาลัยวิชาการศึกษา ถนนประสานมิตร เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๗ ปัจจุบันสถาบันแห่งนี้ เปลี่ยนเป็น ”สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์”
นิสิตวิทยาลัยวิชาการศึกษา
ตราวิทยาลัยวิชาการศึกษา
บูรพาจารย์ผู้ปลูกรากแก้วการศึกษา: ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี"
ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี
๗ นวัตกรรมการศึกษาของวิทยาลัยวิชาการศึกษา
๑. ริเริ่มนำเอาระบบหน่วยกิตเข้ามาใช้แทนการสอบไล่ชั้น คือกำหนดให้นิสิตต้องศึกษาให้ครบตามจำนวนหน่วยการศึกษาที่วิทยาลัยกำหนด
๒. ริเริ่มให้คะแนนรายวิชาเป็นระบบตัวเลขหรือตัวอักษร เช่น A B C D E คือการแปลงคะแนนดิบของนิสิตในแต่ละรายวิชาให้เป็นตัวอักษร
๓. มีการให้เกียรตินิยมแก่นิสิตระดับปริญญาตรีหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตที่เรียนแค่ 2 ปี เป็นที่แรก โดยให้เกียรตินิยมอันดับสองแก่ผู้ได้คะเนนเฉลี่ย ๓.๐๐ ขึ้นไป และ ๓.๕๐ ขึ้นไปได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
๔. มีห้องสมุดที่ทันสมัยติดตั้งระบบปรับอากาศทั้งหลังและเปิดสอนวิชาการใช้ห้องสมุดเป็นแห่งแรกของเมืองไทย
๕. เป็นสถานศึกษาที่เปิดการสอนภาคค่ำสำหรับผู้เรียนสมทบ ระหว่างเวลา ๑๗.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า “ทไวไลท์สกูล” (Twilight School)
๖. ริเริ่มจัดตั้งโรงเรียนสาธิตตามแนวคิด “The Demonstration School” ในอเมริกาโดยเปิดโรงเรียนมัธยมประสานมิตรในปี ๒๔๙๕ และโรงเรียนประถมสาธิตในปี ๒๕๙๙
๗. เป็นสถาบันระดับอุดมศึกษาแห่งแรกที่ขยายไปสู่ภูมิภาค คือ เปิดวิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสนในปี ๒๔๙๘ ตามด้วยพิษณุโลก ในปี ๒๕๑๐ และมหาสารคามกับสงขลาในปี ๒๕๑๑
จาก "วิทยาลัยวิชาการศึกษา" สู่ "มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาค"
วิทยาลัยวิชาการศึกษา วิทยาเขตบางแสน
วิทยาลัยวิชาการศึกษา วิทยาเขตพิษณุโลก
เอกสารอ้างอิง
จัดทำโดย
สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ