Search
× Search
Menu
  1. หน้าแรก
  2. เกี่ยวกับเรา
  3. ข่าวสาร
  4. ระบบสารสนเทศ
  5. บริการ
  6. ติดต่อ
image

นิทรรศการออนไลน์
"หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ ผู้วางรากฐานการฝึกหัดครูชั้นสูง" 

          หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมรำลึกคุณูปการ ของบุคคลสำคัญ ผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คือ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล และ ศาสตราจารย์ ดร. สาโรช บัวศรี ศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร และวันนี้หอจดหมายเหตุ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ขอแนะนำชีวประวัติของปูชนียบุคคลที่มีความสำคัญมากอีกท่านหนึ่ง นั่นคือ หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ ผู้ร่วมก่อตั้ง และเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า การศึกษา คือ สิ่งที่เหลืออยู่ภายหลังที่เราลืมอะไรหมดแล้ว" 

หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จึงขอนำเสนอนิทรรศการออนไลน์..“หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ ผู้วางรากฐานการฝึกหัดครูชั้นสูง”                        ให้ทุกท่านได้รับชม

image

ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ทูลเกล้าฯ ฉลองพระองค์ครุย แด่พระบาทสมเด็จอยู่หัวอานันทมหิดล (พระนามในขณะนั้น)

รำลึกคุณูปการหลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ

          หลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (อ่านว่า หลวง-สะ-หวัด-ดิ-สาน-สาด-ตรฺะ-พุด) หรือ สวัสดิ์ สุมิตร เป็นบุตรของนาย อี เอส สมิธ (E.S. Smith) และนางชุ่ม สมิธ เกิดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2444 ที่ตรอกกัปตันบุช อำเภอบางรัก จังหวัดพระนคร สมรสกับนางสาวถนอมศรี สุมิตร (สกุลเดิม จิลลานนท์) มีบุตร 1 คน และธิดา 1 คน สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนฝึกหัดครูแอคซิเดอร์ และ ในระดับปริญญา B.Sc. (Bachelor of Science) จากมหาวิทยาลัยอเบอร์ดีน สกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

          ในส่วนของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ม.ล.ปิ่น เป็นผู้มีคุณูปการแก่สถาบันนี้เป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นผู้ก่อกำเนิดสถานศึกษาแห่งนี้ ตั้งแต่เริ่มแรกเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง และได้ส่งเสริมสนับสนุนในทุกทางให้เจริญก้าวหน้าขึ้นเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาจนเป็นแหล่งผลิตครูปริญญา เป็นผลงานที่สร้างประโยชน์แก่วงการการศึกษาของประเทศอย่างกว้างขวาง ตราบจนกระทั่งวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ผลิตบัณฑิตในสาขาวิชาอื่น ๆ เพิ่มขึ้นนอกจากการผลิตครูซึ่งทำมาเป็นเวลานาน

image
บรรยากาศการทำงานของศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

เบื้องหลังงาน "สร้างครู" จากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงสู่วิทยาลัยวิชาการศึกษา

          ม.ล.ปิ่น เป็นบุคคลสำคัญที่ได้ส่งเสริมและพัฒนาการฝึกหัดครูให้ก้าวหน้าและมั่นคงมาโดยตลอดลำดับแรกของงานฝึกหัดครู ท่านได้เป็นหัวหน้าแผนกฝึกหัดครูมัธยมคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ. 2477 และได้จัดตั้งแผนกครูมัธยมขึ้นที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาในปี พ.ศ. 2490 (พัฒนาขึ้นเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวันในเวลาต่อมา) ท่านเห็นความสำคัญของการสร้างคนด้วยการสร้างครู ถ้าครูดีนักเรียนก็ย่อมจะดีด้วย แนวความคิดนี้จะสะท้อนให้เห็นจากบทประพันธ์สั้น ๆ ของท่านบทหนึ่งที่ชื่อว่า สิ้นฝีมือดังนี้


ศิลปินสิ้นฝีมือมิสามารถ

ที่จะวาดภาพงามกว่านี้ได้

คือภาพเด็กที่กำลังเจริญวัย

กับครูที่อิ่มในวิทยา

 

ในเรื่องของความเป็นครูท่านได้ชี้ให้เห็นความสำคัญของการเป็นครูไว้อย่างกระจ่างชัดในบทร้อยกรอง ที่ชื่อว่า การเป็นครู

 

                                      “การเป็นครูนั้นไซร้ไม่ลำบาก

                             แต่สอนดีนั้นยากเป็นหนักหนา

                             เพราะต้องใช้ศิลปวิทยา

                             อีกมีความเมตตาอยู่ในใจ

image
ภาพการทำงานของศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
image

ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช  บัวศรี อธิการคนแรกของวิทยาลัยวิชาการศึกษา

ครูผู้เป็นแบบอย่างที่ดี

              คุณสมบัติของครูใน การสอนดีและมีความเมตตานั้น ตัวของท่านเองเป็น ครูแบบอย่างที่ดีเยี่ยมดังหนังสือ รอยเมตตาที่คณะศิษย์ 76 จัดทำขึ้นเพื่อบูชาในโอกาสฉลองอายุครบ 7 รอบ ของท่าน ดังความในคำนำตอนหนี่งว่า การพิมพ์หนังสือนี้ก็เพียงเพื่อชักชวนกันย้อนระลึกทบทวนความเมตตาของท่านอาจารย์ อันเป็นความประทับใจอย่างสูงแก่ศิษย์ในด้านต่าง ๆ ในการที่ท่านได้พยายามสร้างเสริมเติมแต่งลูกศิษย์ของท่านให้ดีที่สุด ก่อนที่จะปล่อยออกไปประกอบอาชีพ เพื่อให้บรรลุความสำเร็จในชีวิตการทำงานของตน รสที่ลูกศิษย์แต่ละคนได้รับจากท่านอาจารย์เหมือน ๆ กันหมด คือ รสแห่งความเมตตา  ฉะนั้น ศิษย์ทุกคนจึงระลึกเสมอว่าตนนั้นคือรอยเมตตาของท่านอาจารย์ ในเรื่องความเมตตาที่ครูพึงมีต่อศิษย์นั้น ท่านได้เขียนคำประพันธ์ไว้อย่างจับใจ ว่า

 

ลูกศิษย์

                             เรียกผู้มาศึกษาว่าลูกศิษย์

เออผู้ใดได้คิดบ้างหรือไม่

ว่าเป็นศัพท์พิเศษของเทศไทย

ยกศิษย์ให้เป็นลูกถูกทำนอง

อันมนุษย์น้อยใหญ่ในโลกนี้

ย่อมรักลูกไม่มีเสมอสอง

เห็นว่าลูกมีค่ากว่าเงินทอง

ลูกศิษย์ของครูก็เป็นเช่นนั้นเอย

 

และความดีที่ครูสร้างไว้ จะเป็นสมบัติของแผ่นดินสืบไป

 

                   ความดีไม่เคยตาย

                                      ความดีนั้นไม่ตายถ่ายให้ศิษย์

                             ครั้นชีวิตศิษย์มลายหายไปไหน

                             กลายเป็นแก่นกิจการงานทั่วไป

                             ประเทศไทยเฟื่องฟูเพราะครูเอย



วิญญาณครู ในกวีนิพนธ์ของ                  หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล

          กล้วยไม้มีดอกช้า      ฉันใด

การศึกษาเป็นไป               เช่นนั้น

แต่ออกดอกคราวไร            งามเด่น

งานสั่งสอนปลูกปั้น            เสร็จแล้วแสนงามฯ

image
รดน้ำขอพร ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ณ อาคารหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
          หากมองย้อมกลับไปนับตั้งแต่ท่านจบการศึกษา และเริ่มรับราชการเป็นครูในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณปี พ.ศ. 2475 ตราบจนกระทั่งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านได้สั่งสอนคนให้เป็นครู ทั้งยังเป็นประมุขแห่งครูทั้งหลาย

       จิตวิญญาณความเป็นครู ในหัวใจ ของ ศาสตราจารย์ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ไม่เคยเลือนลับดับหาย แม้ตัวท่านได้จากพวกเราไปแล้ว เสียงครู ยังคงติดตรึง กึกก้องอยู่ในมโนสำนึก ให้ดำเนินตามรอยบูรพาจารย์เยี่ยงท่าน
image
รูปปั้นอนุสาวรีย์ ศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล 

เรียบเรียงโดย

ส่วนงานบริหารหอจดหมายเหตุและศูนย์ศิลปกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Terms Of UsePrivacy Statement© 2024 Copyright ICASWU
Back To Top