ข่าว หน้าแรก เกี่ยวกับเรา อาคารสถานที่ การประกันคุณภาพ วิชาการและวิจัย ติดต่อเรา

เจ้าเชื่อเรื่องพญานาคบ่ : วัฒนธรรมเรื่องพญานาคกับสังคมไทย

6 ก.ค. 2565





        หากพูดถึงเรื่องราวของ พญานาค สัตว์ในตำนาน เชื่อว่าหลายคนคุ้นชื่อจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ในคืนวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 (วันออกพรรษา) อีกทั้งมักมีข่าวรอยประหลาดที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นรอยพญานาคปรากฏอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งตำนานพญางูใหญ่ หรือ "พญานาค" นั้น เป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลต่อชุมชนสองฝั่งแม่น้ำโขง (ไทย-ลาว) ร่องรอยความคิดเรื่องพญานาคได้ปรากฏในวรรณกรรมปรัมปรา ความเชื่อ พิธีกรรม สถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วิถีชีวิต และจิตรกรรม โดยในปัจจุบันความเชื่อเรื่องพญานาคนับเป็นกระแสความนิยม และมีการนับถือบูชาที่เพิ่มขึ้นจนทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) เนื่องจากมีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ติดกับแม่น้ำโขง

ที่มาhttp://mcmac.udru.ac.th/mcmac_files/vol1_1_4.pdf

ตำนานพญานาค

       ตำนานความเชื่อเรื่องพญานาคมีความเก่าแก่มาก ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ทำให้ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู โดยทั่วไปแล้วผู้คนเชื่อว่า "พญานาค" เป็นสัตว์กึ่งเทพ มีอิทธิฤทธิ์ สามารถเนรมิตเป็นมนุษย์ชายและหญิงได้ ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสายน้ำ เป็นผู้พิทักษ์รักษาและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ สำหรับตำนานพญานาคนั้น มักจะมีหลายตำนานที่เล่าขานกันมา โดยในมหากาพย์มหาภารตะ พญานาคถือเป็นศัตรูของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ได้เล่าถึงพญานาคไว้หลายตอนเช่นเดียวกัน ส่วนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา มีตำนานความเชื่อเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย (ได้รับอิทธิพลมาจากอินเดีย) ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีชาวบ้านเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาปรากฏให้เห็นในวันออกพรรษา โดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ตำนานพญานาคในพระพุทธศาสนา

         ความเชื่อเรื่องพญานาค คงมีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำ ๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดาของศาสนาพุทธ

ลักษณะรูปร่างของพญานาคตามความเชื่อ

ที่มา : https://www.sanook.com/horoscope/17105/

           พญานาค หรือ นาค มีชื่อภาษาอังกฤษ คือ “King of Nagas” ซึ่งเป็นความเชื่อในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีรูปร่างลักษณะเป็นงูใหญ่ ที่มีหงอน ซึ่งสื่อถึงความยิ่งใหญ่ มีความอุดมสมบูรณ์ มีวาสนา และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล โดยลักษณะตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะมีความแตกต่างกันไป สีทองและตาสีแดง มีเกล็ดที่ลักษณะเหมือนปลามีหลากสี แตกต่างกันไปตามบารมี บ้างสีเขียว บ้างสีดำ และอาจจะมี 7 สี เหมือนสีของรุ้ง และที่สำคัญคือพญานาค ที่เป็นตระกูลธรรมดาจะมีลักษณะ คือมีเศียรเดียว แต่หากเป็นตระกูลที่สูงกว่าตระกูลธรรมดานั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียร หรือเก้าเศียร พวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช (อนันตนาคราช)    ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียรสมุทร และผู้คนมีความเชื่อว่า พญานาคจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงามได้

ความเชื่อเรื่องพญานาคในประเทศไทย

           เรื่องราวของพญานาคเป็นที่กล่าวขานกันมากทั้งในประเทศไทย และประเทศลาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน มีหลักฐานที่สะท้อนความเชื่อเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคมาตั้งแต่สมัยทวารวดี วัฒนธรรมขอมสมัยลพบุรี จนถึงล้านช้าง นอกจากนี้พญานาคยังสัมพันธ์กับรูปแบบ สังคมเกษตรกรรมในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ต่างก็รับอิทธิพลมาจากอินเดียใต้และพุทธศาสนา โดยในแต่ละภูมิภาคของไทยมีความเชื่อเรื่องพญานาค ดังนี้

ตำนานเกี่ยวกับพญานาค มีปรากฏในตำนานสิงหนวัติซึ่งเป็นตำนานเก่าแก่ของทางภาคเหนือเอง "เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมืองเป็นเมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมายกทัพปราบเมืองอื่นได้และรวมดินแดนเข้าด้วยกันจึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนคร ต้นวงศ์ของพญามังรายผู้ก่อกำเนิดอาณาจักรล้านนานั่นเอง"

ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงเชื่อว่า การเกิดมาเป็นแม่น้ำโขง เกิดจากการไถตัวของพญานาค นอกจากนี้ยังรวมถึงบั้งไฟพญานาค ที่เป็นประเพณีประจำภาคของคนในภาคอีสานทุกปี ซึ่งมีตำนานเล่าว่า ในวันออกพรรษา พญานาคในแม่น้ำโขงต่างยินดี จึงจุดบั้งไฟถวายให้กับการเสด็จกลับของพระพุทธเจ้า และเนื่องจากเชื่อว่าพญานาคเป็นเจ้าบาดาล เป็นผู้ให้กำเนิดน้ำ ดังนั้นเมื่อชาวนาจะทำพิธีแรกไถนา จึงต้องดูวัน เดือน ปี และทิศที่จะบ่ายหน้าควายเพื่อให้ควายลากไถไปในทิศที่ทวนเกล็ดของพญานาค ไม่อย่างนั้นจะเกิดอุปสรรคขึ้น สำหรับลูกไฟแดงอมชมพู ขนาดเท่าลูกหมาก โผล่พุ่งขึ้นมาจากลำน้ำโขง สู่ท้องฟ้าในวันออกพรรษา ที่บริเวณเขต อ.โพนพิสัย และ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย ชาวบ้านในบริเวณนั้นเห็นลูกไฟจนเกิดความเคยชินในทุก ๆ ปี และเรียกสิ่งนี้ว่า “บั้งไฟพญานาค”

          ส่วนในภูมิภาคอื่น ๆ ก็มีความเชื่อเรื่องพญานาคเช่นเดียวกัน แต่อาจจะไม่แพร่หลายเท่าภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากพื้นที่ไม่ได้ตั้งอยู่ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง อิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคจึงอาจไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ในปัจจุบันประชาชนทั่วทุกภูมิภาคต่างนิยมเดินทางไปกราบไหว้สักการะพญานาคตามสถานที่ต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  เช่น คำชะโนด จ.อุดรธานี และ ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ

ความเชื่อเรื่องพญานาคของคนไทยในปัจจุบัน

          ในปัจจุบันมีชาวบ้านไม่น้อยที่มีความเชื่อเรื่องพญานาค ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ได้ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เมื่อมีความเชื่อ จึงเกิดความศรัทธาในตัวพญานาค ว่าใครพบเห็นรอยพญานาคหรือเชื่อว่าพญานาคมีอยู่จริง จะให้โชคให้ลาภ ให้ความเป็นสิริมงคลแก่บุคคลนั้น ๆ จึงเกิดพิธีกรรมการสักการะบูชาพญานาคขึ้น เพื่อขอโชคลาภ (ขอหวย) จากพญานาค โดยจะเห็นจากข่าวอยู่บ่อยครั้งว่ามีผู้ล็อตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 จากการขอโชคลาภจากพญานาค ส่วนพิธีกรรมบวงสรวงพญานาคที่นิยมทำกัน อาทิ พิธีการรำบวงสรวงองค์ปู่ศรีสุทโธ และย่าศรีปทุมมา ที่วังนาคินทร์คำชะโชด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพญานาคราชผู้เป็นใหญ่ในประเทศไทย หรือพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูลังกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำนาคา ที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ โดยชาวบ้านเชื่อว่าพญานาค ที่ชาวบ้านเรียกว่า ปู่อือลือ ถูกสาปให้ร่างกลายเป็นหินติดอยู่ในถ้ำแห่งนี้

ความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสถาปัตยกรรมไทย

ที่มา : https://hs.kku.ac.th/ichuso/2018/ICHUSO-168.pdf

       เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงานจิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่าง ๆ เรามักจะเห็นบันไดนาค หรือรูปแกะสลักครุฑหยุดนาคตามหน้าบัน หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได หรือนาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ เป็นต้น

ความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อด้านประเพณี

        ปัจจุบันประเพณีงานบุญต่าง ๆ ทางพระพุทธศาสนา ได้นำเอาสัญลักษณ์ที่เป็นรูปสัตว์หรือรูปตัวแทนของพญานาคมาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ สืบเนื่องมาจากศรัทธาความเชื่ออันมีมาแต่เดิม เช่น ประเพณีบวชนาค ประเพณีปล่อยเรือไฟ ประเพณีบุญข้าวกรรมหรือบุญกองฮด ประเพณีขอฝน ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมานานก็เกิดจาก อิทธิพลของพญานาคเพราะสังคมไทยเชื่อว่าพญานาคให้คุณให้โทษได้ แม้ว่าพุทธและพราหมณ์จะมีตำนานความเชื่อที่มีความเป็นมาแตกต่างกัน แต่ในลักษณะการบูชาหรือพิธีบวงสรวงพญานาคของพุทธและพราหมณ์นั้น มีความเชื่อมโยงบนพื้นฐานของความเชื่อที่คล้ายคลึงกัน

 

 

ผู้เขียน : นายอาธิป นามวิเศษ


แหล่งอ้างอิง

วิเชียร  นามการ.  (2554).  การศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องพญานาคที่มีผลต่อสังคมไทยปัจจุบัน. 

วิทยานิพนธ์.  ศน.ม. (พระพุทธศาสนา).  กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.  ถ่ายเอกสาร.  สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565, จาก https://2ww.me/7mEf5

เกณิกา ชาติชายวงศ์.  (2558, มกราคม-มิถุนายน).  การจัดการความเชื่อเรื่องพญานาคของชาวอีสานและสิ่งที่ควร

ทบทวนใหม่.  วารสารพื้นถิ่น โขง ชี มูล.  1(1).  สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565, จาก http://mcmac.udru.ac.th/mcmac_files/vol1_1_4.pdf

ไทยรัฐออนไลน์.  (2564).  ทำความรู้จัก 'พญานาค' ความเชื่อ ตำนานเล่าขาน ความศักดิ์สิทธิ์.  สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565, จาก https://www.thairath.co.th/horoscope/belief/2034997

Chittima Phutthanathanapa,  Wanichcha Narongchai,  Rukchanok Chumnanmak.  (2561).  พุทธกับพราหมณ์ : ความเชื่อพญานาคในบริบทสังคมอีสาน. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565,

จาก  https://hs.kku.ac.th/ichuso/2018/ICHUSO-168.pdf

Sanook.  (2562).  ตำนานความเชื่อโบราณเกี่ยวกับพญานาค.  สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2565, จาก https://www.sanook.com/horoscope/17105/

 

 

ข่าวศิลปวัฒนธรรมล่าสุด


นิทรรศการออนไลน์ ชุด ศิลป...

2 ก.ย. 2565
ผลงานศิลปะโลก

นิทรรศการออนไลน์ โครงการแ...

30 ส.ค. 2565
Develop and Upgrade Thai Textile Products “พัฒนาและยกระดั

เจ้าเชื่อเรื่องพญานาคบ่ :...

6 ก.ค. 2565
        หากพูดถึง