ข่าว หน้าแรก เกี่ยวกับเรา อาคารสถานที่ การประกันคุณภาพ วิชาการและวิจัย ติดต่อเรา

นิทรรศการออนไลน์ STREET ARTS SWU UNIQUE : ความหลากหลายที่รวมกันเป็นหนึ่ง

22 มิ.ย. 2565





SWU UNIQUE : ศิลปะจากท้องถนนที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย

          ความหลากหลายที่รายล้อมอยู่รอบตัวเรา ล้วนแล้วเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสิ่งนั้นๆ หากนำมารวมกัน ก็จะสร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่มีลักษณะพิเศษเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งในการรวมสิ่งที่เป็นจุดเด่นมาไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างความโดดเด่นให้เป็นอัตลักษณ์อันแสนวิเศษนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก

          นิทรรศการ SWU UNIQUE บอกเล่าเรื่องราวของความหลากหลาย ต่างที่มา แต่มารวมในพื้นที่เพียงแห่งเดียว เพื่อสร้างความโดดเด่นที่แสดงออกถึงตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านผลงานศิลปะที่เรียกว่า Street Art ซึ่งหลายคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เข้าใจง่าย โดยที่ไม่ต้องแปลหรืออธิบายอะไรให้มากความ

ผลงานโดยผู้เข้าชมนิทรรศการ SWU UNIQUE 

          ศิลปะแนวสตรีทอาร์ท (Street Art) หรือที่คนส่วนใหญ่กล่าวขานอย่างง่ายๆว่า ศิลปะข้างถนน เป็นผลงานคือศิลปะที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามที่สาธารณะ หรืออีกนัยหนึ่งคือตามท้องถนนข้างทางทั่วไป Street Art คือศิลปะที่อยู่บนพื้นที่สาธารณะทั่วไปหลายคนมักชอบมองว่าศิลปะแนวนี้เป็นสิ่งกวนเมืองซึ่งปกติแล้วผลงานศิลปะแนวนี้มักค้านกับกฎระเบียบ แต่ศิลปินหลายคนมีความต้องการที่จะสื่อว่า “คนกวนเมืองก็มีหลายแบบ เป็นคนดีก็มีเหมือนคนในสังคมทั่วไปที่มีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป ไม่ต่างอะไรกับ Street Art ที่จะมีหลายแนว” นอกจากนี้ผู้คนส่วนใหญ่มักรู้จักสตรีทอาร์ทในอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า กราฟฟิตี้ (Graffiti) หรือสร้างผลงานศิลปะด้วยสเปรย์ แต่ความจริงนั้นยังรวมถึงงานประติมากรรม (Sculpture) การพ่นผนังด้วยสีสเปรย์ โดยมีบล็อกกั้นสี (Stencil Graffiti) การติดสติ๊กเกอร์ (Sticker Art) การแปะโปสเตอร์โดยใช้กาวทา (Wheat Pasting) และศิลปะการจัดวาง (Street Installation) เป็นต้น แต่ทว่า กราฟฟิตี้กับสตรีทอาร์ต ที่หลายๆคนมองว่ามีความเหมือนกันนั้น ก็อาจจะไม่เหมือนกันซะทีเดียว จะมีความแตกต่างทางด้านจุดประสงค์ การสื่อความหมาย รายละเอียดของเนื้อหาที่จะบอกเล่า รวมถึงวิธีการสร้างผลงาน แต่ในเรื่องของสกิลหรือกระบวนการสร้างทีต้องใช้นั้น ไม่มีความต่างกันเท่าไหร่ และสิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ การสร้างหรือทำงานแบบ Out Side การใช้อุปกรณ์ การใช้สถานที่ รวมถึงความยิ่งใหญ่ของผลงาน ซึ่งเป็นอีกสิ่งที่พิสูจน์ฝีมือของศิลปินได้ว่าต้องมีความสามารถระดับใด “ถึงจะทำได้ขนาดนี้”

Galleries Night 2022, Street Arts : SWU Unique

ผลงานโดยผู้เข้าชมนิทรรศการ SWU UNIQUE 

          สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจต่อการอนุรักษ์ สืบสานและสร้างสรรค์กิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรม มีความมุ่งหวังในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีความหลากหลายด้วยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับศิลปินภายนอกและภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำให้ผลงานมีความแปลกใหม่ สร้างสรรค์ และมีความโดดเด่น จึงได้จัดโครงการมหกรรมวัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติ : Galleries Night 2022 (Street Arts) ขึ้น โดยนำศิลปินที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับร่วมมือกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ สร้างสรรค์ผลงานภายในมหาวิทยาลัยเพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัย เป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นพื้นที่ใหม่ทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม และเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเครือข่ายองค์กรด้านวัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติ เป็นการสร้างกิจกรรมทางศิลปะ ที่มีความมุ่งหวังในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับองค์กร ศิลปินภายนอก และภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะทำให้ผลงานที่มีความแปลกใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งศิลปินที่มาสร้างสรรค์ผลงานนี้ นอกจากจะมีคณาจารย์และนิสิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒแล้ว ยังได้ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างกลุ่ม Spray Blush ศิลปินอิสระและนักแสดงละครใบ้อย่าง ณิชา ตั้งจิตนบ และ วิสุทธิ์ กุศลมโนมัย ร่วมด้วยศิลปินอิสระอีก 3 คน คือ Dg Shutter, PumpkinJoker และ Moo Zu ที่มาสร้างผลงานศิลปะแนว Street Arts ภายใต้คอนเซ็ปที่ว่า SWU Unique หรือ การสร้างอัตลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบของตัวเอง ซึ่งศิลปินทุกคน ได้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างน่าทึ่งและสวยงามมาก

ภาพผู้บริหาร มศว และศิลปิน ร่วมเปิดงาน Galleries Night 2022 (Street Arts)

Swu Unique by Visual Art.Fofa (2022)

          เมื่อเดินเข้ามาทางซ้ายมือ จะพบกับผลงานของนิสิตสาขาทัศนศิลป์ (ศิลปะจินตทัศน์) คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และนายอติกันต์ ดาวเรือง ศิลปินศิษย์เก่า ทัศนศิลป์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สร้างสรรค์ผลงานโดยใช้แนวคิดที่ว่าจินตนาการและพลังแห่งการสร้างสรรค์ คือศักยภาพสำคัญของมนุษย์ การสร้างสรรค์ที่แสดงออกผ่านภาพ คือบทสะท้อนของการนำความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ทางจินตนาการ มาสอดผสาน หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ

ผลงานโดย Visual Art.Fofa มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

          ในจุดที่สองของพื้นที่ ยังมี Video Time Lab ที่ทีมงานได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อให้เห็นถึงกระบวนการสร้างผลงานของเหล่าศิลปินทุกคนที่มาสร้างผลงานในครั้งนี้ โดยตัววิดีโอ จะเป็นการเร่งความเร็วเพื่อให้เห็นถึงผลงานที่มีการลงมืออย่างต่อเนื่อง และสามารถชมได้ทุกผลงานภายในไม่กี่นาที

                              (คลิก...เพื่อรับชมวิดีโอ "Timelapse STREET ARTS SWU UNIQUE")

กลุ่มสเปรย์บลัช

          เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะพบกับผลงานที่เป็นไฮไลท์ของห้อง สร้างสรรค์โดยกลุ่มสเปรย์บลัช โดยผลงานชิ้นนี้เป็นการจัดวางองค์ประกอบของช่วงวัยรุ่นในยุคนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังอยากจะค้นหาเส้นทางการเจริญเติบโตของเมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้ โดยมุ่งหน้ามายังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่มีหลากหลายทางสายวิชาเเละประวัติศาสตร์ต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่ยังคงมีเสน่ห์เเละมนต์ขลังที่น่าหลงใหล รวมทั้งยังสามารถเดินทางด้วยการโดยสารรถไฟฟ้ามาลงที่สถานีอโศก ได้อย่างสะดวกสบาย

ภาพผลงานของกลุ่มสเปรย์บลัช

กลุ่มศิลปินอิสระ

          กลุ่มแรก เป็นศิลปิน 3 คน คือ Dg Shutter, PumpkinJoker และ Moo Zu ที่สร้างสรรค์ผลงานผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ Graphic Design เป็นการนำภาพเก่าทางประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยมาลงสีหรือสร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ ผ่านมุมมอง ความคิด และการแสดงออกที่แตกต่าง แต่ยังคงหัวข้อที่ว่า SWU Unique โดยนำภาพเก่าที่ทีมงานได้เลือกจำนวน 5 ภาพ มาสร้างสรรค์ ซึ่งสิ่งที่ได้ออกมานั้น ศิลปินทั้งสามได้ให้ความหมายที่ว่า

ภาพที่ 1 ด้วยความเป็นตึกที่สร้างขึ้นมาหลังจากยุบรวมวิทยาเขตใน กทม.  ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นโลกใบใหม่ที่มีการเคลื่อนย้ายผู้คนจากโลกใบเดิมที่ดูหมองหม่นเป็นสีฟ้ามายังพื้นที่ใหม่ที่อบอุ่นกว่า

ภาพที่ 2 ด้วยความที่โครงสร้างของตึกทำให้นึกถึงไข่ดาว เลยนึกสนุกว่าถ้ามีคนเอาส้อมจิ้มพร้อมเหยาะซอสลงไป แค่คิดก็หิวแล้ว

ภาพที่ 3 อาคารหอสมุดมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ติดเครื่องปรับอากาศ อยากสื่อให้เห็นถึงบรรยากาศที่ดี เลยใส่บรรยากาศให้เหมือนกับทะเล เพราะคนมักจะคิดว่าการเข้าไปอ่านหนังสือเป็นเรื่องไม่สนุก แต่การอ่านหนังสือเป็นเรื่องสนุกมากถ้าเราได้เจอหนังสือที่เราชอบ

ภาพที่ 4 ภาพน้ำท่วมมหาวิทยาลัย เป็นภาพที่ให้ความรู้สึกด้านลบ เลยใส่โมเสสมาเสกให้น้ำแหวก แล้วก็เปลี่ยนบรรยากาศให้มีคนมาเล่นน้ำ อาบแดดเหมือนชายหาด ให้บรรยากาศดูไม่หดหู่จนเกินไป

ภาพที่ 5 ป้ายชื่อมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถานที่บ่มเพาะเหล่าปัญญาชน เลยอยากแสดงให้มีความเป็นอารยธรรมอียิปต์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่และทรงภูมิปัญญา โดยมีปิรามิดตั้งไว้ด้านหลัง สื่อถึงองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริงและไม่ว่าจะผ่านไปกี่ร้อยกี่พันปีความยิ่งใหญ่นี้จะยังคงตั้งตระหง่านท้าแดดท้าฝนไปนับร้อยนับพันปี

          เหล่านี้เป็นการสร้างสรรค์ผลงานที่รวมเอาเทคนิคของ กราฟฟิตี้ (Graffiti) และ Production ที่รวบรวมงานทั้ง 4 ประเภท คือ Bubble, Character, Piece และ Wild Style เข้าไว้ด้วยกัน นำเสนอออกมาผ่านกระบวนการทางงด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิค ดดยศิลปินหลายคนร่วมกันทำออกมาได้อย่างสวยงามและสื่อความหมายที่ดี

ภาพผลงานจากกลุ่มศิลปินอิสระที่จัดแสดงภายในนิทรรศการ

NichaTree ดอกไม้ สื่อแทนความรู้สึกของจิตใจ

          “ศิลปะเปรียบเสมือนไดอารี่ ภาพของณิชาเป็นการบันทึกความรู้สึกของเธอในแต่ละช่วงเวลา ผ่านสัญลักษณ์ต่างๆที่มักจะเทียบเคียงกับรูปทรงของธรรมชาติ สี และลายเส้นที่ถูกออกแบบด้วยหัวใจ เกิดเป็นสไตล์เฉพาะตัวจนเป็นที่จดจำต่อผู้ชมได้ง่าย เปรียบได้กับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ฝังรากเป็นไม้ใหญ่ผลิบานออกดอกออกผล ส่งภูมิปัญญาบัณฑิตสู่สังคมเสมอมาในอีกมุมหนึ่ง ณิชายังใช้ศิลปะเป็นเครื่องบำบัดจิตใจ หรือจะเรียกว่าฝึกสมาธิจากการทำงานอีกด้วย”

ผลงานภาพวาด NichaTree ที่เพนท์บนผนัง

          คำบรรยายผลงานศิลปะของคุณณิชา ตั้งจิตนบ ที่นำผลงานที่ตนเองวาด มาจัดแสดงในงาน Street Arts : SWU Unique โดยผลงานที่เป็นรูปดอกไม้นี้ ใช้เทคนิคทางด้านสีอะคริลิคบนผืนผ้าใบ สีที่ใช้เป็นสีสดใส ที่ใช้ชื่อผลงานว่า “NichaTree” เป็นการแสดงผลงานที่วาดถึงดอกไม้กำลังแสดงอารมณ์ในลักษณะต่างๆ กระกอบกับบรรยากาศและองค์ประกอบโดยรอบที่ขับเน้นอารมณ์ได้อย่างตรงไปตรงมา “เป็นภาพวาดเป็นเหมือนกันความรู้สึกหลายๆอย่าง” ณิชากล่าวขึ้น “รูปแต่ละรูป แทนอารมณ์ ณ ขณะนั้นในแต่ละวัน อารมณ์ดีรูปที่ออกมาก็ดูสดใส เหมือนกับทุกๆคนที่เราต้องเจอ ปัญหาบ้าง ขุ่นเคืองบ้าง มีก้อนเมฆบ้าง มีฝนบ้าง รูปที่เห็นก็สื่อสารออกมาตรงๆ เข้าใจง่ายๆ เหมือนงานแอบสแตรคที่สะท้อนอารมณ์” ซึ่งเป็นการแสดงออกผ่านรูปทรงของธรรมชาติที่คุณณิชาชื่นชอบ โดยใช้ดอกไม้เป็นเป็นสื่อหลักในการนำเสนอ

ผลงานภาพวาดของ NichaTree

          นอกจากการนำเสนอผลงานผ่านผืนผ้าใบแล้ว คุณณิชายังร่วมมือกับทีมงานในการวาดรูปบนกำแพง โดยใช้รูปร่างของดอกไม้ที่ตนเองชื่นชอบและสีสันที่สดใส มาเป็นสื่อในการแสดงความรู้สึกนึกคิด ผนวกกับการสื่อสารเพื่อแสดงความหมายของคำว่า SWU หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อให้กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่แสดงออกในความเป็น Unique เดียวกับงานอื่นๆที่แสดงร่วมกัน โดยที่คุณณิชากล่าวเพิ่มเติมว่า “ในภาพมีอารมณ์ บางอันมีความสุข เสียใจ โกรธ รู้สึกผิดแล้วอยากขอโทษ แต่ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร กับสภาวะอารมณ์นั้นๆ เราจึงวาดรูปเพื่อที่จะระบายอารมณ์ แล้วรู้สึกว่า...โอเค ฉันให้อภัยตัวเอง ฉันให้อภัยเรียบร้อยแล้ว หรือว่า ถ้าเป็นความสุขก็คือ ฉันอยากจดจำสิ่งเหล่านี้เอาไว้ อย่างเช่นดอกไม่หรือหัวใจ เวลาที่วาดก็ใส่ลูกกะตาแบบยิ้มลงไป ก็รู้สึกว่า ขอบคุณนะที่ยิ้มให้ฉัน ประมาณนี้ เหมือนกับว่า ถ้ารู้สึกเศร้าพอใส่ยิ้มเข้าไปก็รู้สึกดีขึ้น”

          วิสุทธิ์ กุศลมโนมัย หนึ่งในทีมซัพพอร์ทร่วม เอ่ยเพิ่มเติมถึงผลงานของณิชา ว่า “ณิชา เริ่มวาดรูปจากการเคลียร์ตัวเอง เหมือนกับการฝึกสมาธิ วาดแล้วให้ความรกในหัวหมดไป เป็นการระบายบางสิ่งบางอย่างออกมา เหมือนกับการเขียนไดอารี่ แต่นี่เป็นการใช้การวาดรูปแทน” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยืนพื้นในความเข้าใจง่าย โดยใช้ภาพที่เป็นตัวแทนความรู้สึกของเรา และไม่ต้องคิดอะไรมาก

ผลงานภาพวาดของ NichaTree

          นอกจากผลงานของคุณณิชาที่นำมาจัดแสดงใน Street Arts : SWU Unique แล้ว ในวันเปิดนิทรรศการ ได้มีการนำเสนอละครใบ้ประเภท แพนโทไมม์ (Pantomime) ซึ่งแพนโทไมม์เป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ไม่มีเสียงพูดหรือสนทนา เพื่อบอกเล่าเรื่องราวไปพร้อมกับเสียงประกอบ (หรือไม่มีเสียงประกอบก็ได้) เป็นการสื่อสารความหมายผ่านร่างกาย โดยใช้นักแสดงเพียงแค่คนเดียว ในบางครั้งสามารถเปลี่ยนบทบาทโดยการใช้หน้ากากเพื่อ “เปลี่ยนหน้ากาก” ได้ด้วย อาจจะมีคอรัส หรือ ผู้บรรยายเรื่องราวประกอบการแสดง เพื่อที่ให้เด็กหรือผู้สูงอายุได้รับข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น แพนโทไมม์ เป็นส่วนหนึ่งของไมม์ (Mime) หรือละครใบ้ โดยปกติแล้ว เป็นละครสั้นๆ ตลกๆ เดิมใช้ผู้หญิงแสดง (เป็นละครประเภทแรกที่ใช้ผู้หญิงแสดง) ไม่มีการสวมหน้ากาก แสดงเรื่องราวชีวิตของคนในเมือง ช่วงหนึ่ง ไมม์มีด้านมืด คือ มีการแสดงที่เสียดสี แสดงเรื่องราวที่ผิดทำนองคลองธรรม เช่น การคบชู้สู่ชาย ความชั่วช้าสามานย์ ภาษาที่หลาบโลน ทำให้เกิดการต่อต้านจากคริสต์ศาสนิกชน ระยะหลังไมม์เริ่มใช้นักแสดงที่เป็นผู้ชายมากขึ้น และเริ่มที่จะสวมหน้ากากหรือทาหน้าให้เป็นสีขาว กลับมาสู่การแสดงที่มีความตลก เบาสมอง เน้นการเข้าถึงได้ง่าย เสริมหลายๆอย่างเพื่อให้ผู้ชมมีส่วนร่วมในการแสดง และโดยส่วนใหญ่แล้วนักแสดงแพนโทไมม์มักจะสื่อสารเรื่องราวที่เคร่งเครียด เรื่องราวจากตำนานปรัมปรา มีเครื่องดนตรีประกอบหลายชิ้น เช่น ขลุ่ยและเครื่องตี สำหรับการแสดงแพนโทไมม์ที่ใช้ประกอบการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ คุณวิสุทธิ์ได้เป็นผู้นำเสนอ

ภาพการแสดงของ วิสุทธิ์ กุศลมโนมัย

          ซึ่งเรื่องที่คุณวิสุทธิ์เลือกแสดง เป็นเรื่องของการเติบโตของต้นไม้ วงจรชีวิตของต้นไม้ “มนุษย์กับต้นไม้หนีกันไม่ห่าง ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน” คุณวิสุทธิ์กล่าว เรื่องราวที่แสดงนั้น สามารถดูได้อย่างเข้าใจง่าย สบายๆ ไม่ต้องตีความมาก เพียงแค่มีสติและตั้งใจดู ผนวกกับเสียงดนตรีที่บรรเลงคลอขณะแสดงก็ยิ่งทำให้เข้าถึงกาแสดงได้ง่าย “หน้าที่นักแสดงต้องทำให้ผู้ชมเข้าใจง่าย ถ้าผู้ชมไม่เข้าใจ ในฐานะนักแสดงก็รู้สึกไม่ดี หน้าที่เราต้องให้เขาเข้าใจอยู่แล้ว จึงเลือกเรื่องที่เล่นง่ายๆ สัมผัสง่ายๆ” คุณวิสุทธิ์เอ่ยเสริม

          ซึ่งคุณวิสุทธิ์ได้เสริมเพิ่มอีกว่า เรืองที่เล่น มาจากผลงานของคุณณิชาเป็นหลัก เนื่องจากคุณณิชาชื่นชอบดอกไม้ และเนื่องในวันเฉลิมฉลองของ มศว ด้วย เรื่องที่เล่น ก็เปรียบเทียบกับ มศว ได้เหมือนกันที่ว่าเป็นที่พึ่งของผู้เรียนมาโดยตลอดหลายปี ไม่ว่าจะฤดูไหน เวลาไหน ปัญหาแบบไหนก็เหมือนกับว่า มศว เป็นที่พึ่งให้กับเด็กๆมานาน โดยอาจกล่าวได้ว่า การเจริญเติบโตของพืชพรรณต่างๆ เปรียบเสมือนกับการเจริญเติบโต ดั่งปรัชญาของ มศว ที่ การศึกษาคือความเจริญงอกงาม ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Education is growth และตรงกับภาษาบาลีว่า สิกฺขา วิรุฬฺหิ สมฺปตฺตา

                             (คลิก...เพื่อรับชมวิดีโอสัมภาษณ์คุณวิสุทธิ์และคุณณิชา)

ผลงานสร้างสรรค์โดยผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการ

          อาจจะเป็นการแสดงออกทางความคิด จิตใจ และความรู้สึกของผู้ที่เข้าชมผลงานนิทรรศการ Galleries Night 2022, Street Arts : SWU Unique ในครั้งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นการนำศิลปะแนว Street Arts เข้ามาไว้ในหอศิลป์ ที่หลายคนอาจจะมองว่าเป็นการยกระดับ แต่อันที่จริง กลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้ผลงานได้จัดแสดงในสถานที่ที่เหมาะสม สวยงาม เป็นการเปิดโอกาสให้คนอีกจำนวนมากได้ชื่นชม รับรู้ เข้าใจ และสัมผัสกับศิลปะแนวนี้ อีกทั้งยังเป็นการปลดปล่อยตัวตนอีกรูปแบบหนึ่งให้ได้เข้าถึงผลงานมากยิ่งขึ้น ดังเช่น นิสิตแพทย์ที่เคร่งกับการศึกษาวิชาแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่เมื่อได้ลองจับกระป๋องสี เขย่า รับรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมของของเหลวภายในกระป๋อง เมื่อกดตรงหัวสเปรย์เพื่อให้สีออกมา ก็มองเห็นละอองสีสันอันหลากหลาย แล้วกลายเป็นความสนุกสนานกับการเล่นสี เสมือนเป็นการปลดปล่อยให้ตนเองได้ผ่อนคลาย กลายเป็นความสนุก โล่ง และพร้อมที่จะกลับไปศึกษาในสาขาที่ตนเองได้เรียน ไม่ต่างอะไรกับคนอีกเป็นจำนวนมากที่ได้มาเยี่ยมชม ดูผลงาน และสนุกกับการเส่นสีบนผนังที่ทีมงานได้จัดเตรียมไว้ ถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้คนอีกเป็นจำนวนมากได้เรียนรู้และสัมผัสถึงศิลปะอีกแขนงที่เคยถูกมองว่าไร้คุณค่า กลับกลายเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความเพลิดเพลิน สร้างพื้นที่ที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้นำชมกับผู้เข้าชม หรือผู้เข้าชมด้วยกัน รวมถึงศิลปินที่ได้มาแนะนำผลงานของตนเองในวันเปิดนิทรรศการ

ผู้เข้าชมนิทรรศการ SWU UNIQUE ร่วมกันพ่นสีกำแพง

          จากผลงานศิลปะของคุณณิชา หรือผลงานจากกลุ่ม Spray Blush หรือกลุ่มศิลปินนิสิตจาก FOFA รวมถึงศิลปินอิสระอย่าง Dg Shutter, PumpkinJoker และ Moo Zu ที่นำมาจัดแสดง มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา แต่ก็มีการเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้คิดต่างได้ตามความรู้สึกที่เห็น ซึ่งล้วนแล้วเป็นการแสดงออกผ่านผลงานศิลปะที่บนโลกนี้มีศิลปะมากมายหลายแขนง ที่สามารถเติมแต่งสีสัน เพิ่มความสุขยามจ้องมอง หรือเพิ่มความชุ่มชื่นฉ่ำใจให้แก่ความรู้สึก จิตใจและอารมณ์ของผู้ที่พบเห็น ทั้งผลงานเก่าคลาสสิค งานที่ตีตราว่าทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ หนึ่งในผลงานศิลปะที่เราต่างพบเห็นนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งจะสร้างขึ้นมา แต่ว่าเป็นผลงานร่วมสมัยที่เข้ากับทุกยุค ซึ่งจริงๆก็อยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของคนจนแยกกันไม่ออกหรือมองข้าม นั้นคือผลงานศิลปะเถื่อนบนท้องถนน หรือ ศิลปะข้างถนน หรือที่ทุกคนต่างกล่าวขานว่า Street Art ซึ่งเป็นผลงานศิลปะที่น่าทึ่งและได้ถูกแพร่กระจายรูปแบบไปทั่วทุกมุมของโลก เปรียบเสมือนการติดต่อสื่อสาร ที่ศิลปินผู้สร้างอยากจะบอกเล่าความรู้สึกนึกคือหรือเรื่องราวที่เป็นการระบายออกมา อีกทั้งการผนวกกับการแสดงละครใบ้ที่สื่อถึงวงจรชีวิต ที่มีการเกิดและดับ มีวันที่สุข มีวันที่ทุกข์ ต้องผ่านความชุ่มชื้นและความแห้งแล้ว ดังนั้น อย่าไปยึดติด การแสดงที่เป็นการสื่อนัยยะของวงจรชีวิตของคุณวิสุทธิ์ สามารถใช้ธรรมะในการขัดเกลาจิตใจของเราได้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา ของสัจธรรม ผลงานศิลปะแนว Street Arts แม้ว่าจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ก็มีความหลากหลายรูปแบบ ไม่มีความตายตัวที่แน่นอน (ถ้าไม่จำกัดรูปแบบหรือบทบาท) สามารถสื่อสารความคิดได้หลากหลาย อีกทั้งปรัชญาของ SWU สื่อให้คนเราสามารถใช้ชีวิตได้ตามที่ตนเองต้องการ เพียงแค่ต้องมีความเชื่อ มีความศรัทธาในชีวิต รู้จักบทบาท และหน้าที่ของตน มีจริยธรรมและความดีงามในการดำรงชีวิต เปิดโอกาสให้ตนเองได้เรียนรู้ รับฟังเรื่องราวต่างๆตลอดเวลา เพื่อเสริมสร้างปัญญาที่หลากหลายรอบด้าน ให้ทานโดยการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความรัก ความเอื้ออาทรต่อผู้อื่นรอบข้าง ดับทุกข์ด้วยการปล่อยวาง เหล่านี้ ล้วนแล้วเป็นการทำให้เราสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และ Unique ได้ ดังนั้น เราอย่าคิดมาก ปล่อยไปตามอารมณ์ สามารถใช้ผลงานศิลปะ หลากหลายแนวหลากหลายแขนงมาสร้างความสุขให้กับเรา


โครงการโดย สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ข่าวศิลปวัฒนธรรมล่าสุด


นิทรรศการออนไลน์ 3D ชุดจิ...

20 มิ.ย. 2565
มาเสพงานศิลป์ในนิทรรศการออนไลน์ครั้งใหม่ภายใต้ชื่อ 

นิทรรศการออนไลน์ โครงการแ...

18 ส.ค. 2564
โครงการแต่งกายผ้าไทยอย่างไรให้ทันสมัย      

นิทรรศการออนไลน์ โครงการม...

15 ส.ค. 2564
โครงการมหกรรมวัฒนธรรมและศิลปะนานาชาติ : Galleries Night 2021 FEEL TH