พุทธศาสนาวันหยุด : ทำความรู้จักกับพระธาตุ

7 ก.ค. 2560





เนื่องในวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 เป็นวันอาสาฬหบูชา สถาบันวัฒนธรรมและศิลปะขอนำเรื่องราวในพระพุทธศาสนาโดยจะพาไปรู้จักกับพระธาตุประเภทต่างๆ ซึ่งตัดตอนมาจากหนังสือพระบรมสารีริกธาตุพระอรหันตธาตุ โดยทศพล จังพานิชย์กุล สำนักพิมพ์ คอมม่า บุ๊คส์ เพื่อความเข้าใจเมื่อเราได้ไปยังสถานที่ที่จัดให้มีการสักการะบูชาพระธาตุกันครับ


    พระธาตุเทพนิมิต
    หมายถึง พระบรมสารีริกธาตุที่เทวดาผู้มีฤทธิ์เดชบันดาลให้เกิดขึ้น มีเทวดารักษาสามารถเปล่งอานุภาพเป็นแสงสีให้เห็นได้เช่นเดียวกับพระธาตุเสด็จ พบได้ตามถ้ำและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มีพุทธานุภาพเสมือนพระบรมสารีริกธาตุองค์จริงทุกอย่าง

    พระธาตุพุทธนฤมิตหรือพระธาตุพุทธอธิษฐาน
    หมายถึงธาตุกายสิทธ์ที่พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานไว้ตั้งแต่สมัยพุทธกาล เพื่อให้เป็นที่สักการะของมนุษย์และเทวดา เมื่อพระพุทธองค์ทรงฉันภัตกิจแล้วอธิษฐานข้าวที่บิณฑบาตมาโปรยไว้บนยอดเขา จนกระทั่งบัดนี้ได้กลายเป็นหิน ท่านผู้รู้กล่าวว่า มีมาตั้งแต่สมัยของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ แล้ว บางแห่งเรียกว่า “พระธาตุข้าวบิณฑ์” ส่วนที่เรียกว่า “พระธาตุพุทธนิมิต” นี้ มีสัณฐานและพุทธานุภาพคล้ายกับพระบรมสารีรริกธาตุ แต่ส่วนที่แยกเป็น พระธาตุข้วบิณฑ์ นั้นแลดูทึบคล้ายหิน และองค์โตจะมีวรรณะดังสีหวายตะค้า หรือสีเหลืองงาช้าง ซึ่งพระพุทธองค์ได้โรยข้าวไว้ให้นกกากินและเพื่อโปรดสัตว์ในอนาคตกาล คือ ข้าวมธุปายาสที่คลุกด้วยน้ำผึ้ง น้ำอ้อย ถั่วและงา พระธาตพุทธนิมิตหรือพระธาตุข้าวบิณฑ์มักประดิษฐานอยู่บนยอดเขาสูง

    พระธาตุอรหันตนฤมิต
    คือ หินธาตุที่พระอรหันต์ผู้ทรงฤทธิ์ได้อธิษฐานจิตหรือเนรมิตไว้ มีสัณฐานกลม เป็นปริมณฑล รีดังไข่จิ้งจก เป็นรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ยาวรี แบน หรือหลายเหลี่ยมหลายสัณฐานปะปนกันไป มีวรรณะสวยงามถึง ๙ สี คือ สีขาวใส ขาวสังข์ สีดอกพิกุลแห้ง สีชมพู สีน้ำตาลเข้ม สีมรกต สีเทา สีม่วง และสีนิล มีรูปพรรณคล้ายกับหินมาก แต่มีลักษณะแปลกและพิเศษแตกต่างไปจากกรวดหินธรรมดาอยู่ ๓ ประการ คือ
        ๑. มีความแวววาวโดยธรรมชาติมากกว่าหินธรรมดา บางองค์ดูเหมือนอัญมณี บางองค์ก็ลื่นมือ จับไม่ค่อยอยู่
        ๒.เป็นหินธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ในตัวเองหลายด้าน เช่นคุ้มครอง แคล้วคลาด เมตตา มหาลาภ หรือ มหาอุด
        ๓. มีรอยพระบาทพระอรหันต์ประทับลงบนก้อนหินนั้น และมีสระอโนดาตที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นพยานหลักฐาน

 


    
พระธาตุพระปัจเจกพุทธเจ้า
    หมายถึง พระพุทธเจ้าประเภทหนึ่ง ซึ่งได้ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไม่ทรงสั่งสอน เวไนยสัตว์ ไม่มีอรหันตสาวก แต่มีบารมีสูงกว่าพระอรหันต์ บางยุคก็มีเพียง ๑ องค์ ๒ องค์ หรือบางยุคก็มีมากถึง ๕๐๐ องค์ หรือ ๑,๐๐๐ องค์ เป็นต้น และต้องเป็นช่วงที่ว่างเว้นจากพระพุทธศาสนา จึงมาตรัสรู้ได้ พระธาตุปัจเจกพุทธเจ้าจึงมีอยู่หลายยุค เช่น ระหว่างยุคพระโกนาคมพุทธเจ้ากับพระกัสสปะพุทธเจ้าพระธาตุจะเกาะกันเป็นกลุ่มเหมือนไข่ปลา และฝังจมอยู่ในหิน เช่นที่พบบนเขาสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีลักษณะคล้ายพระอรหันตธาตุ มีสัณฐานใหญ่กว่าพระบรมสารีริกธาตุ มีสัณฐานหลายลักษณะ เช่น กลมเป็นปริมณฑล หรือรีเหมือนไข่จิ้งจก หรือ มนๆ 
    ถ้าเป็นยุคแรกที่มีอายุยาวนาน ผิวเนื้อจะเกลี้ยงเป็นมันเงา ผิวหุ้มเป็นชั้นๆวรรณะขาวดังสังข์ และสีงาช้าง ถ้ายุคหลังจะมีวรรณะสีเหลืองนวล สีพิกุลแห้ง สีแดงอิฐ สีขี้เถ้า สีขาวมอมเทา หรือสีเปลืกมังคุด ผิวด้านไม่เป็นมันเงา มักพบได้ตามถ้ำศักดิ์สิทธิ์ในป่าลึก โดยกระจายเป็นองค์ๆ ไป ไม่เกาะกลุ่มกันเหมือนยุคแรกๆ

    พระอรหันตธาตุ
    นับตั้งแต่สมัยพุทธกาลเป็นต้นมา มีพระสาวกจำนวนมากมาย มีพระสาวกจำนวนมากมายปฏิบัติตามแนวทางที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางเอาไว้และมีความเพียรพยายามยิ่ง จนกระทั่งสามารถยกจิตก้าวบรรลุธรรมขั้นต่างๆ นับตั้งแต่พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี จนถึงพระอรหันต์ และสิ่งหนึ่งที่สารมรถยืนยันว่าท่านเหล่านั้นสามารถบรรลุภูมิธรรมขั้นสูงได้ก็คือ “พระธาตุ” นั่นเอง
    นับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน มีพระอริยสงฆ์เหล่านั้นอยู่ไม่น้อยเมื่อละสังขารไปแล้วอัฐิจึงได้แปรเป็น “พระธาตุ” และมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปหลายสัณฐาน สามารถแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท
    ๑. พระสาวกธาตุสมัยพุทธกาล ตำราโบราณได้มีการแจกแจงลักษณะพระธาตุของพระอรหันต์ไว้ถึง ๔๗ องค์
    ๒. พระสาวกธาตุสมัยกึ่งพุทธกาล คือช่วงตั้งแต่ก่อนพุทธศักราช ๒๕๐๐ จนถึงปัจจุบัน มีพระธาตุอริยสงฆ์ที่มีลักษณะแตกต่างกันไปมากมาย ทำให้สามารถศึกษาลักษณะแตกต่างกันไปมากมาย ทำให้สามารถศึกษาลักษณะและวิธีการแปรเปลี่ยนเป็นพระธาตุจากส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยอาจนำไปเปรียบเทียบกับลักษณะการเกิดของพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุในสมัยโบราณได้ เช่นกรณีของพระอจารย์มั่นภูริทัตโต เป็นต้น
    อัฐิของพระสงฆ์ในยุคปัจจุบันที่สามารถแปรเป็นพระธาตุนั้นมีอยู่หลายรูป แม้กระดูกที่เผาไฟแล้วหรือยังไม่เผาไฟก็ดี สามารถแปรเปลี่ยนเป็นผลึกรูปร่างต่างๆ สีสันสวยงาม แม้แต่เล็บ ฟัน เกศา ก็สามารถแปรเป็นพระธาตุได้เช่นกัน


 

ข่าวศิลปวัฒนธรรมล่าสุด


ผ้าไทยในยุคไทยแลนด์ 4.0 ...

1 ก.ย. 2560
หอนิทรรศการ g23 ขอเชิญร่วมงานนิทรรศการ  “ผ้าไทยในยุ

พุทธศาสนาวันหยุด : ทำความ...

7 ก.ค. 2560
เนื่องในวันที่ 8 กรกฎาคม 2560 เป็นวันอาสาฬหบูชา สถาบ

ปลูกต้นกล้าวัฒนธรรม สัมผั...

7 ก.ค. 2560
ปลูกต้นกล้าวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีว